..ฝันบ้าๆ..

posted on 29 May 2008 19:01 by arka  in Begle

ตลกจัง..

เมื่อคืนรีบนอน..เพราะต้องหยอด..ยาหยอดตาไง

ทีนี้ นอนเร็วก็เลยตื่นเร็ว

ตื่นมาตอนตีสองกว่าๆ

เหมือนว่า..นอนมาได้เต็มที่แล้วอ่ะ

ก็เลยนั่งเล่นซักพักก็นอนต่อ

ทีนี้เอง

ฝันถึงพี่จี..ซะได้

(คนรักเก่าของเราเอง)

ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะฝันถึงเค้า

ไม่ได้คิดถึงเค้ามานาน..มากแล้วนะ

หลายปีอยู่เหมือนกัน

ไม่รู้ทำไมถึงมาฝันได้

และฝันลามกด้วยนะ

ให้ตายสิ..

บ้าไปแล้วแน่ๆ ตัวฉัน

ตื่นขึ้นมายังคิดว่าเป็นจริงอยู่เลย

ในฝันนั้นก็..

ประมาณว่า..

ไปไหนด้วยกันก็ไม่รู้..

แล้วเค้าบอกเราว่า..

พี่ตามหาเรามาตั้งนาน

ทำไม..เราใจร้ายกับพี่จัง..เนี่ย พี่ยังรอเราอยู่นะ

โหย..ได้ยินแล้วแทบละลาย

ไม่เชื่อหูตัวเอง

........................

ด้วยความที่เรารักเค้ามากนี่เอง

ทำให้เราตื่นขึ้นมาแล้วยังคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงน่ะ

อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

คิดแล้วเสียดายไม่อยากตื่นเลย

ยังอยากนอนต่ออีก จะได้ฝันต่อไป

ตื่นมาแล้วพบว่า

ว่า..มันเป็นเพียงแค่ฝันน่ะ

มันเจ็บปวดใจจริงๆ

 

 

บันทึกย้อนหลัง 30-03-2008

posted on 22 Apr 2008 10:17 by arka  in arka

 

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2551 เวลาสี่ทุ่มสิบสามนาทีสวัสดีจ้ะ..วันนี้มาพร้อมกับอากาศร้อนเลยนะ..ร้อนมากกว่าวันอื่นๆที่ผ่านมาจริงๆ มันอบอ้าวอย่างบอกไม่ถูกน่ะสิ  ตื่นมาตอนเช้าวันนี้แทบไม่อยากลุกเลย  เพราะอะไรน่ะเหรอ ฮ่า  ก็เมื่อคืนเรานอนดึกมาก มัวแต่อ่านการ์ตูนเรื่อง “Beck” น่ะสิเช้ามาเลยไม่อยากทำอะไรเลย แต่ก็ต้องตื่นมาหุงข้าวให้บรรดาหมาๆ ของเรานี่แหละ  ง่า..หน้าที่จำเป็นน่ะ เนื่องจากแม่ไม่อยู่ เลยตกเป็นหน้าที่ของเราโดยปริยาย...หุงข้าวเสร็จก็ไปนอนต่อ..แล้วจึงลุกมาทำกับข้าวอาบน้ำแต่งตัวจะไปทำธุระให้แม่ที่สากเหล็ก  พอดีพ่อน้องภูมิโทรมาว่าจะมารับลูกไปเช็งเม้ง ไอ้เราก็เลยไปส่งลูกครึ่งทาง..แล้วทำธุระต่อเลยตอนแรก..นึกว่าเค้าจะชวนเราไปด้วย  แต่ที่ไหนได้เค้ามารับลูกเค้าแค่คนเดียว..พอมาถึงยังไม่ลงจากรถเลยรออยู่บนรถนั่นเอง..พูดกับเราสักคำยังไม่มีเลย..ไม่ถามด้วยและไม่ชวนเราสักนิดไอ้เราก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอย่างนี้  แต่ที่ไหนได้ เค้าบอกว่ารีบ..และให้ลูกเร็วๆ ด้วยเออหนอคนเรา..ตอนยังรักกันอะไรก็ดีทุกอย่าง..แต่พอมาแยกกัน..หน้ายังไม่อยากจะมองเลยฮ่าๆ  เราคงต้องเจียมตัวและเจียมใจแล้วล่ะ..อย่าไปคิดเลยว่าเค้ายังมีใจน่ะ..อาก้าเอ๋ย..มันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะเรามันฝันเฟื่องเกินไปแล้วล่ะมั้ง..นี่ถ้าลูกไม่ได้อยู่กับเราด้วย..เค้าคงไม่ใยดีเราหรอก  นี่เรายังเลี้ยงลูกของเค้าหรอกนะ..ถึงต้องคุยกันอย่างกระอักกระอ่วนอย่างนี้  ..................................................กลับมาจากสากเหล็กก็แวะมาที่วัดสักพัก แล้วจึงกลับบ้านทำงานบ้าน  ถูบ้านและซักผ้า ตากผ้า แล้วจึงนั่งเล่นคอมฯซักพักลูกก็กลับมา เอาขนมเค้กที่ซื้อมาให้ลูกกินจนหมดแล้วก็นอนดูทีวี จนจะหลับอยู่แล้ว พอดีบ่ายสองซะก่อน โทรหาเอ็มแล้วมานอนต่อ..บ่ายสามตื่นมาบอกลูกว่า.. ....ถ้าตื่นมาไม่เจอแม่ไม่ต้องตกใจ แม่ไปวัด เดี๋ยวก็กลับ..ให้เปิดเกมส์เล่นเลย เดี๋ยวแม่มา..เค้าก็เข้าใจ และนอนหลับไป เราก็เลยไปวัดทำบุญ เททองหล่อพระกับแม่และเอ็ม แดดร้อนมาก เล่นเอาเราเหงื่อตกเลยนะ เสร็จพิธีก็กลับบ้าน ..มาดูลูก  ปรากฏว่าเค้าตื่นแล้ว และก็เล่นเกมส์อยู่คนเดียวได้  เออ..ไอ้เราก็พลอยกังวล  กลัวว่าเค้าตื่นมาแล้วจะไม่เจอใคร  แล้วจะร้องไห้ขี้แตกขี้แตนซะอีก ที่ไหนได้มันไม่เป็นไรเลย เล่นเกมส์หน้าตาเฉยเชียวเราก็เลยเอาข้าวให้หมา..อีกแล้ว แล้วก็รดน้ำต้นไม้ ซักพักแม่ก็กลับมา เราไปพิจิตรกับเอ็ม กินหมูกะทะกันด้วย แล้วก็กลับบ้าน ฝนทำท่าจะตกแฮะ ..ดีเหมือนกันตกได้ก็ดี  มันร้อนเหลือเกินแล้วอาบน้ำแล้วก็ดูละครนิดหน่อย แล้วจึงขึ้นมานอนกับภูมิข้างบน..ง่วง เหมือนกัน แต่อยากเขียนไดอารี่ก่อน..เลยยังไม่นอน ตอนนี้ก็ร้อนเกินกว่าที่จะนอนซะด้วย แต่เราก็ไม่มีอะไรจะทำเหมือนกัน หนังก็ไม่มีดู ..เศร้าจังตอนนี้นะ เรามีของที่อยากได้ตั้งหลายอย่างแน่ะ..แต่เราก้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า   ทำไมต้องมาอยากได้ตอนที่เราไม่มีตังค์ด้วยนะ.. ตอนที่มีก็ไม่อยาก ..ตอนที่อยากก็ไม่มีซะแล้ว ทำไมมันเป็นอย่างนี้นะคนเรา มีอะไรบ้างน่ะเหรอ..ขอลองดูก่อนนะ..เอาเป็นตั้งแต่แรกเลยละกัน1.    MP3 หรือ MP4 ก็ได้2.    กล้องดิจิตอล3.    แว่นกันแดดดีๆ สักอัน4.    รถตู้ มือสอง..ซักคัน5.    หมอนขนเป็ดนุ่มๆ สักใบ6.    รองเท้าสักคู่7.    หนังสือคินดะอิจิ เล่ม 5-88.    โน๊ตบุ๊คดีๆ น้ำหนักเบาๆ สักตัว9.    Psp  สักตัว เอาเป็นว่านึกออกแค่นี้เองบางคนอาจติดว่า แล้วทำไมไม่ซื้อเอาเลยล่ะ แค่นี้เองไม่กี่ตังค์หรอก เมื่อก่อนเราก็คิดอย่างนี้..แต่ตอนนี้เราคิดอย่างนั้นไม่ได้แล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเราจนมากน่ะสิจน..จนแทบไม่มีอะไรจะกินเลยนะ ดีนะเนี่ยที่กลับมาอยู่บ้าน  ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรเหมือนกันในสภาพที่ไม่มีเงินอย่างนี้  ตอนนี้เราก็เป็นชาวเกาะเต็มตัวเกาะ..แม่กินไงละอายตัวเองเหมือนกันแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งช่วงนี้กำลังรองานอยู่อย่างนี้  รู้สึกตัวเองเหมือนคนไม่มีอนาคตเลยอ่ะ  จะขยับไปทางไหนก็อึดอัดพิกล................เฮ้อ..คนจนนี่มันลำบากอย่างนี้นี่เอง.............

จำฝังใจเลยนะ.......... ต่อไปเราจะไม่จน

บันทึกย้อนหลัง 25-03-2008

posted on 22 Apr 2008 10:10 by arka  in arka
_

(บ่ายสามโมงกับอีกสี่สิบนาที ของวันที่ ยี่สิบห้า  มีนาคม สองห้าห้าหนึ่ง)

  สวัสดี..ไดอารี่ของฉันนี่เป็นการเขียนครั้งแรกโดยที่ไม่มีการคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้ฮ่าๆ ๆ เราออกจากบ้านมาได้  สี่วันแล้วยังมึนๆงง อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เท่าไหร่ยังพอได้..ยังยิ้มได้ ว่างั้นเหอะแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าในใจคิดอะไรอยู่ใจนึงก็คิด..อยากให้เค้ามาง้อแต่ใจนึงก็ค้านตัวเองอีกครั้งเรานี่น๊า..หวังไป ..คิดไป..ว่าเค้าเห็นความสำคัญแต่ที่จริงคงไม่...ไม่ต้องโทษใครหรอก ต้องโทษตัวเราเองนี่แหละเราแอบมีหวังทำไมก็ไม่รู้..ถามว่ายังรักเค้าอยู่ไหม..รักนะ..ยังรักมากด้วยมากด้วย..แต่เราก็เจ็บมากด้วยเหมือนกัน  เจ็บตรงที่เค้าไม่ยอมเข้าใจเรานั่นแหละไม่มีอะไรเจ็บปวดมากไปกว่าคนใกล้ตัว ไม่เข้าใจ แถมยังดูถูก..เราหรอก.....ความจริงเราไม่อยากทำอย่างนี้หรอกนะ  แต่เราเลือกไม่ได้  เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ให้เกิดปัญหา  นี่ขนาดเรายังไม่ได้ทำอะไร  เรายังต้องทนตั้งเท่าไหร่   ถ้าเราต้องออกไปทำงานเข้าจริงๆ เราจะโดนมากกว่านี้สักกี่เท่า  ไม่อยากจะคิดเลย..เราเหนื่อยนะ..เหนื่อยใจมากที่ต้องรับรู้  เชื่อมั้ย  บางทีเราไม่อยากได้ยินเลย ไม่อยากฟังด้วยว่าใครจะพูดยังไง  ใครจะว่ายังไง  เราก็มีความคิดของเรานะแต่...ตั้งแต่กลับมาได้ปีกว่าๆ เนี่ย เราแทบจะไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวเองเลย...กลายเป็นคนไม่มีความคิดเอาซะงั้นน่ะ....เรื่องอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเราคิดอะไรแล้วก็เหมือนกับไม่มีค่า  ออกความเห็นอะไรไปแล้วก็เท่านั้น  เหมือนลอยผ่านไปตามลม  เป็นแค่คำพูดที่ใครฟังแล้วก็เฉยเมย..ซึ่งเราไม่อยากเป็นอย่างนั้นอีกแล้ว  เราอยากมีคุณค่า อยากมีคนรับฟังความคิดเห็นของเราบ้าง เราอยากคิด อยากทำอะไรตามอย่างที่เราเห็นบ้าง..ไม่ใช่อย่างนี้..  นี่แหละเป็นเหตุผลหลักที่เราอยากออกไปทำงานนอกบ้าน และกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของเราอยู่อย่างนี้..คนอื่นอาจไม่เข้าใจหรอกว่า...เราทำไมถึงเลือกทำอย่างนี้..เค้าอาจจะคิดกันว่าเราอยู่สบายแล้ว..ทำไมต้องออกมาทำงานข้างนอกบ้าน  จะกระเสือกกระสนออกมาลำบากทำไม..  เราไม่ได้สบายอย่างที่เค้าว่ากันหรอกนะ   ไอ้เหนื่อยกายน่ะ เราทนได้ ได้ พักซักหน่อยเราก็หาย..แต่ไอ้เหนื่อยใจนี่สิ..มันจะหายมั๊ยนะ ..ทุกคนพากันพูด  ให้เราอดทน..อดทนเพื่อลูก .. เราก็อดทนนะ ไม่ใช่ไม่ทำ  ทำทั้ง อด ทำทั้ง ทน เลยเชียวล่ะ ....ถ้าถามว่าทนมาได้ตั้งนานแล้ว จะทนต่ออีกหน่อยเพื่อลูกอีดนิด  ไม่ได้เชียวหรือ  ไอ้ได้น่ะ.. มันก็ได้อยู่หรอก  แต่ตัวเราเองนี่แหละเลือกเองที่จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว  เพราะอะไรน่ะเหรอ  ก็เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์น่ะสิ  ทนไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา ไม่มีค่า และไม่ได้อยู่ในสายตาของเค้าด้วยซ้ำ..อย่าหาว่าเราคิดไปเองเลย..ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง ..................................................................... เชื่อมั๊ย..จนถึงทุกวินาทีนี้เราก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองจะเลิกกับเค้าได้แต่สิ่งที่เค้าทำ  สิ่งที่เค้าพูด..มันทำร้ายเรามากเกินไปจนทำให้เราอยู่กับเค้าไม่ได้อย่าถามเลย..ว่าเค้าทำอะไรมากมายขนาดนั้นจนทนไม่ไหวเลยเหรอ..............แค่ทำร้ายจิตใจนี่.....ยังไม่พออีกเหรอ..ทุกคำพูดของเค้า..ทุกการกระทำของเค้า..ทำให้เราหมด..หมดความเชื่อมั่น..ว่า..คนคนนี้ เราจะฝากชีวิตไว้ได้..มันหมดแล้ว..ตอนแรกที่เรายังลังเล..ไม่กล้าเก็บของเพราะกลัวว่าถ้าเก็บไปเล้วจะต้องกลับมาอีก มันก็เหนื่อยเปล่า  และเราก็ยังไม่ได้บอกเค้าว่าเราจะไป..พอถึงวันที่เราเอ่ยปากบอกเค้านั่น...เชื่อมั๊ย  เราต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดเท่าที่มี..พูดออกไป  พอเราเอ่ยปาก..บอกไปเท่านั้นเอง  เราเพิ่งรู้ว่า  เค้าไม่ได้สนใจใยดีเราสักเท่าไหร่..แค่ถามเรากลับมาว่า  จะไปเมื่อไหร่... .ดีแล้วจะได้ออกไปเป็นครูได้เต็มที่  ..จะได้ไม่ต้องเกี่ยงว่าไม่อยากทำอะไหล่  ไม่อยากขายอะไหล่ วินาทีนั้นเอง..ที่เราตัดสินใจว่าเราจะไปอย่างแน่นอน ..... เพราะถ้าเค้าไม่พูดออกมาอย่างนั้นเราคงไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงแน่ .. ...หรือ..ถ้าเค้าถามเราสักนิดว่า..มันเกิดอะไรขึ้น..ทำไมถึงจะไป  ฯลฯ  เราก็จะไม่ทำอย่างนี้แน่   เราคงไม่ตัดสินใจอย่างนี้แน่ๆ  พูดให้ถูกก็คือ  ถ้าเค้ารั้งเราไว้สักนิดเราก็คงจะไม่ไป  แต่นี่เค้าไม่...

นั่นแสดงให้เห็นว่าอะไร..ใครๆ ก็คงรู้.. คงเข้าใจได้ไม่ยากเย็นนัก.....

 

  อย่าถามฉัน..ว่า..ยังเหมือนเดิมรึเปล่าอย่าถามความเป็นไป..ระหว่างเราว่า..ยังเหมือนเก่า..หรือเปลี่ยนไปถามใจเธอดู..ก็แล้วกันว่า..ยังต้องการฉัน..เหมือนเดิมมั๊ยยังเหมือนเก่า..หรือเปลี่ยนไป..หรือเหินห่างกันไป..ทุกทีคำตอบอยู่ที่เธอถ้าไม่เผลอลืมใคร..คนนี้ก็ไม่ต้องกลัวหรอก..คนดีความรู้สึกที่เคยมี..

..จะคงเดิม..

  

 <embed  wmode="transparent" src="http://radio.sanook.com/radio/player7/flashplayer/showplaylist.swf" width="320" height="60" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" flashvars="&id=songID=96383&songName=รอเธอหันมา%20/%20โฟกัส%20จีระกุล&link=http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=96383&songName=รอเธอหันมา%20/%20โฟกัส%20จีระกุล&rotatetime=5&linkfromdisplay=false&linktarget=_blank&height=60&width=320&displaywidth=0&thumbsinplaylist=true&overstretch=true&autostart=true&repeat=true" />

http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=96383&songName=รอเธอหันมา%20/%20โฟกัส%20จีระกุล

 

วันนี้จะลองศึกษาเรื่องการเอาเพลงมาลงดู

ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า

ใครรู้ช่วยเราหน่อยได้ไหม

เอาแบบละเอียดเลยนะ

แบบว่าอยากสวยง่ะ

.................

ทำไงดีล่ะ

 ทำไมมันไม่ขึ้นมาเป็นเพลย์ลิสเลยล่ะ  ..งงจัง

 ทำไมขึ้นมาเป็นแบบนี้หว่า..............

ใครก็ได้.....ช่วยฉันที..........จ๊าก

 @ 8 Apr 2008 09:02:51 by มั่งมี 's diary

edit @ 8 Apr 2008 09:06:53 by มั่งมี 's diary

edit @ 8 Apr 2008 09:10:39 by มั่งมี 's diary

วันนี้..

ไม่..โอล่ะเห่..ล่ะ

เนื่องมาจากมีเรื่องจะเขียนเป็นพิเศษน่ะสิ

จะบอกว่า..เราพลาดไปแล้ว

เสียน้ำตาให้กับหนังเด็กๆ อย่าง "ปิดเทอมใหญ่ฯ"  ไปได้

ไม่เข้าใจตังเองเหมือนกัน

แต่เราว่า หนังเรื่องนี้สื่อความรู้สึกได้มากกว่าที่เราคิดไว้

เราไม่ได้ร้องไห้ตอนสำคัญนะ

แต่ที่เราร้องน่ะ มันเป็นตอนที่.."โอ๋เล็ก เค้าได้เจอกับตี่ตี๋ต่างหาก"

โอ๊ย  ..ชึ้งมาก

แบบว่าโดนใจจริงๆ

ทั้งๆที่เราก็ผ่านวัยอย่างนั้นมา..ตั้งนานแล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะเสียน้ำตาให้กับหนังไทย..แถมยังเป็นหนังเด็ก อีกต่างหาก

โอ้..แม่เจ้า..ข้าน้อยเห็นผิดเป็นชอบ

ไม่คิดว่าหนังไทยเราจะก้าวผ่าน..อะไรต่อมิอะไร จนมาอยู่ในใจเราได้

มิหนำซ้ำ เรายังชื่นชอบเพลงประกอบภาพยนตร์ของเรื่องนี้อีกต่างหาก

แบบว่าอยากรู้เลยว่า ชื่อเพลงอะไร ..

ตั้งแต่ตอนที่หนังจบ..ทันที

มันเว่อร์ไปไหมนะ..ที่จะมาซึ้งเอาตอนอายุขนาดนี้

ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

โอล่ะเห่ 10

เรื่องนี้มันมีอยู่ว่า....

เราเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อคืนนี้ ก็ไปดูบ้านนั่นแหละ และก็ไปธุระ เก็บตังค์อีกหลายเรื่อง ทีนี้ เราก็ไปกับคุณสามี (หรือว่าจะเรียกว่า อดีตสามีดีนะ) และก็ลูกด้วยนั่นแหละ

ระหว่างทางที่เรานั่งรถไปนั้น มีแต่เสียงลูกที่คุยมาตลอด เค้าไม่คุยเลย

 นี่เราคงไปขัดขวางเค้าอีกแน่ๆ เค้าคงอาจอยากจะไปกับใครๆ ที่มันไม่ใช่เรา   ความจริงเราไม่ได้ตั้งใจจะไปหรอก..แต่เห็นว่าเค้าจะไป เราเลยจะไปเป็นเพื่อน และจะเลยไปทำธุระด้วย จะได้ไม่เสียเที่ยว

 ตอนแรกว่าจะไม่พาลูกไป แต่เห็นว่าไปกันแค่สองคนคงไม่ดี เลยพาลูกไปด้วย

เราเริ่มรู้สึกว่า การจากกันครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้อะไรๆ ดีขึ้น

เรื่องที่แน่ใจได้อย่างดีที่สุดคือ..เค้าไม่เคยให้ความสำคัญกับเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มีแต่เราเองนี่แหละที่บ้าไปเอง  ที่คิดไปเองเพียงคนเดียว ว่าเค้าจะรัก ..จะเหมือนเดิม

เหมือนกับว่าการเดินทางของเราครั้งนี้.จะเป็นการเดินทางจากกันของเราและเค้า..

ทุกคำพูดของเค้ายังเหมือนเดิม..ยังเสียดสี..ไม่เห็นค่า..และไม่แคร์ว่าเราที่เป็นคนฟังนั้นจะคิดยังไง

สายตาที่มองมานั้นมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ขากลับก็ยิ่งแล้วไปใหญ่....ไม่มีเลยคำพูดของเราทั้งสองคน

ฉันก็พูดไม่ออก ส่วนเธอคงไม่อยากพูดอะไร..เหมือนกัน

เราเหมือนยืนกันอยู่คนละขั้ว..เค้าบวก ..แต่เราลบ

อยู่ใกล้กันก็คอยแต่จะพาลสร้างความรำคาญให้เค้า..กลับมาอยู่ในที่ของเราอย่างนี้..คงจะดีแล้ว

เป็นคนที่มีคุณค่าในสายตาตัวเองบ้าง

 

 

edit @ 29 Mar 2008 13:22:00 by มั่งมี 's diary

โอล่ะเห่ ..

เรื่องมันมีอยู่ว่า

เรารู้ข่าวมาหลายวันแล้วว่า..

..คุณสามีจะต้องไปงานแต่งงานเพื่อนเค้า

เราก็เลยเกริ่นๆ ออกไปว่า..

ถ้าเธอไม่ว่าไร..เราอยากไปด้วย

เค้าก็บอกว่า ไม่แน่อาจจะไม่ไป..ดูก่อน

ทีนี้..เราก็พูดทุกวันเลยว่า

..ให้เราไปด้วยนะ

เค้าก็บอกเหมือนเดิมว่า..บางทีเค้าอาจจะไม่ไป

อีกวันนึง..เราก็ถามอีกว่า..แล้วจะไปกี่โมง

..เราว่างตอนเย็นให้เราไปด้วยนะ

เค้าก็บอกว่า ยังไม่รู้เลย

ไอ้เราก็เลยไม่กวนใจ

เพราะไม่แน่ใจว่าเค้าจะไปหรือเปล่า..

.....................

พอถึงวันนี้

เราก็ไปเรียน..กว่าจะกลับมาก็เกือบ ห้าโมงเย็น

พอมาถึงบ้าน

เราก็ลงมือทำงานบ้าน..ตามประสา

ทำได้สักพัก..

เพื่อนเค้ามารับเลย

ไอ้เราก็ถามว่า..ให้เราไปด้วยได้รึเปล่า

(อันนี้เน้นว่า..อยากไปจริงๆ)

..อยากให้เราไปด้วยมั๊ย..

เค้าเงียบ..

ไม่ยอมตอบ

แต่ถามเรากลับมาว่า..

นี่จะไม่ช่วยเค้าทำงานเลยหรือ..

เราอึ้งเลย..

แล้วเค้าก็แต่งตัว..

เราก็บอกอีก..ว่า..

ลูกไม่อยู่นะ..เราต้องอยู่บ้านคนเดียว

(ซึ่งในความหมายของเราแค่จะบอกว่า..ทำไมไม่พาเราไปด้วย)

แต่เค้ากลับโวยวายใส่เพื่อนเค้า

และบอกว่า..ไม่ไปแล้วโว๊ย

.............................

นั่นเองที่ทำให้เราไม่เข้าใจ

ว่า..ทำไมพาเราไปด้วยไม่ได้

เรามันน่าเกลียด..ขนาดที่ต้องให้หลบอยู่แต่ในบ้านหรือไง

หรือว่าไปกับเราแล้วเค้าไม่มีความสุข

เราไปขัดขวางความสุขของเค้าตรงไหน

เราแค่ไม่อยากต้องอยู่บ้านคนเดียวเท่านั้นเอง

ถ้าลูกอยู่ด้วย

เราจะไม่ง้อเลย

ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยอยู่คนเดียวหรอกนะ

แต่ตอนนี้เราเหงา

.................เหงามาก....................

แค่อยากมีใครสักคนที่มาอยู่เป็นเพื่อน

ไม่ต้องเข้าใจเราก็ได้

แต่ช่วยทำให้เราหายเหงาที...

.................

นี่ถ้าน้องภูมิอยู่ด้วย

เราคงไม่เหงาขนาดนี้

นี่แหละน๊า

..มาเห็นค่าก็ตอนที่เค้าไม่อยู่นี่แหละ

พอน้องภูมิไม่อยู่ซักคน..บ้านเงียบขึ้นมาถนัดตาเลย

..ไม่รู้จะบ่นใคร

เฮ้อ.....คิดถึงลูกจัง